ทั้งนี้ ต้น“ชมพูภูคา” เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่หาได้ยากและใกล้สูญพันธุ์ ชมพูภูคาจะขึ้นอยู่ในบริเวณป่าดิบเขาที่ระดับความสูง 1,200-1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ส่วนใหญ่แล้วจะพบในบริเวณทางตอนใต้ของประเทศจีน ภาคเหนือของเวียดนาม ไต้หวัน และไทย และในภายหลังพบว่า ป่าบริเวณที่มี ต้นชมพูภูคา ในต่างประเทศที่กล่าวมา ถูกทำลายไปหมด จึงคาดว่าต้นชมพูภูคาอาจสูญพันธุ์ไป ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลระบุว่าพบต้นชมพูภูคา พบที่ จังหวัดน่าน ที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน
ประเทศไทย เพียงแห่งเดียวในโลก เนื่องจากป่าดิบเขาที่มีต้นชมพูภูคาในหลายประเทศถูกทำลายหมด
ดอกชมพูภูคา จะเริ่มทยอยออดดอกบานอวดโฉม จะออกช่อ ดอกสีชมพูสวยสดงดงาม ปีละ 1 ครั้ง เท่านั้น ในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม ของทุกปี ต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชม โดยในขณะนี้ ออกดอก อวดโฉมที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ซึ่งคาดว่า จะเบ่งบาน ไปจนถึงกลางเดือนมีนาคม 2568 เนื่องจากในปีนี้ สภาพอากาศจะร้อนเร็วกว่าปกติ ซึ่งคาดว่าดอกชมพูภูคา อาจจะล่วงหล่นก่อนกำหนดก็เป็นได้ ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น ต่อไป
โดยภายในงานจัดให้มีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ การประกวดธิดาพญาผานอง หนูน้อยสุขภาพดี รำวงย้อนยุค การจำหน่ายสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภค 4 ภาค และการจำหน่ายสินค้าราคาถูก จากคาราวานสินค้า การจัดขบวนแห่ ของกลุ่มชาติพันธ์ ในพื้นที่แต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ รวม 5 กลุ่มชาติพันธ์ มีการประกวดชุดแต่งกายชาติพันธุ์อำเภอปัว การประกวดร้องเพลงประชาชนทั่วไป การจัดกิจกรรมวาดภาพดอกชมพูภูคาของเด็กเยาวชนนักเรียน และศิลปินเมืองปัว การจัดนิทรรศการเทศกาลดอกชมพูภูคาบาน สืบสานตำนานชาติพันธุ์ ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินดังมากมาย เช่น ไพ่ พงศธร และศิลปินจากค่ายต่างๆ เป็นต้น

